From: [email protected]: [email protected]: ข้อควรระวังDate: Tue,
30 Dec 2008 11:46:58 +0700
ทำแต่เนิ่นๆ เพราะถึงเวลาจะไม่ทันเอาแล้วต้องไปเร่งตอนใกล้ส่งเปเปอร์จะทรมานมาก
งานที่ได้ออกมาจะลวกๆ ทำให้ส่งผลถึงตอน Oral ต้องมานั่งแก้หลายอย่าง
พยายามทำให้ดีที่สุดไว้ก่อนแม้ว่าจริงๆแล้วพี่คิดว่าเค้าไมได้อ่านเปเปอร์หรอก
(เฉพาะสำหรับกลุ่มนี้นะ) เพราะบางคนทำแย่ๆไปอาจารย์คอมเมนท์มาตอน Preoral
ต้องมานั่งแก้กันหัวบาน
ช่วงเวลาแต่ละช่วงในการพรีเซนท์ Pre oral และ Oral มันจะห่างกันมาก
เป็นไปได้ถ้าต้องแก้ก็แก้ซะ ให้รับกับสถานการณ์ปัจจุบันที่สุด
อย่าฝืนใช้ข้อมูลเก่าๆ มาทำการ Forecast อนาคต เช่น ช่วงนี้ Hamberger
Crisis แต่ตอนแรกเก็บข้อมูลทำเปเปอร์ และ พรีเซนท์ Pre oral
เศรษฐกิจไม่ได้แย่ขนาดนี้ ทำให้การForecast คาดการณ์ว่าจะ Growth ได้เยอะ
แต่มาถึงช่วง พรีเซนท์ Oral มันเกิดHamberger Crisis เราก็ต้องมาปรับGrowth
ให้มันลดลงเป็นไปได้จริง อย่างที่ส่งไปปีหน้าพี่คาดการณ์ว่า Maintain ไม่ Growth
เลยเป็นต้น (อ.ประดิษฐ์ซีเรียส มากเรื่องนี้) 4.
อาจารย์แต่ละท่านจะมีคอมเมนท์เขียนให้หลังจบ Pre Oral
เค้าอยากได้อะไรแก้ให้เค้าให้ครบซะ 5. อาจารย์จะดูข้อมูลจากตัว Handout
เป็นหลัก เพราะฉะนั้น มีข้อมูลอะไรใส่ให้ครบ ใส่ๆไป แต่ไม่ต้องพูดก็ได้
เพราะเค้าให้เวลา พรีเซนท์น้อยมาก Pre 10 นาที Oral 8 นาที แต่ใส่มากๆต้อง
ระวังเรื่องตัวหนังสืออัดเบียดกันมากไปอ่านไม่รู้เรื่องในสไลด์ด้วย 6. อาการ
ปัญหา ที่พบไม่จำเป็นต้องเอามาทั้งหมด ยิบย่อยๆมากไม่ต้องเอามา เอามาเฉพาะหลักๆ
อาการ จะเป็นส่วนของ Finance เป็นตัวแสดง แล้วค่อยแตกมาเป็นปัญหาในแต่ละส่วน 7.
อาการ ปัญหาที่พบทุกอย่างต้องมีที่มาที่ไป
ไม่ใช่อยู่ๆจเอาขึ้นมาบอกเค้าเลยว่าแต่ละด้านมีปัญหาอันี้ อันนั้น เช่น ถ้าบอกว่า
marketing มีปัญหาเรื่อง Channel น้อยกว่าคู่แข่ง ก็ต้องโชว์ให้ดู
ว่าของเรามี Channel เท่าไร ของคู่แข่งมีเท่าไร
บางทีไปหาแต่ปัญหาภายในบริษัทอาจไม่ครอบคลุมพอ เราต้อง Benchmark
เทียบกับคู่แข่งให้ดูด้วย แต่ต้องมีข้อมูลนะ 8. เวลาทำดูตัวอย่างรุ่นพี่เยอะๆ
ให้ยึดตามแนวทางที่รุ่นพี่ก่อนหน้านี้ทำมา เพราะบางคนทำเองไม่ดูอะไรเลย
ออกมากลายเป็นไม่ใช่ Pattern การหา Root Cause ก็โดนเหมือนกัน
เพราะฉะนั้นเอาตัวอย่างมานั่งเปิดหลายๆอัน จะเห็นข้อดีข้อเสียของแต่ละต้นฉบับ
เราก็เอามา Adapt ให้เป็นแนวทางของเรา 9. ตอนพรีเซนท์ไม่ต้องซีเรียสมาก
แต่ควรเตรียมตัวให้พร้อม จำสคริปต์ให้ได้คร่าวๆ
เพราะเวลามันบีบเลยต้องพูดคล่องหน่อย แต่ย้ำว่าไม่ซีเรียสมากเพราะอาจารย์ดู
Handout เป็นหลัก 10. ดูตัวอย่างของพี่จะเห็นว่าทำ Root Cause Analysis เยอะไป
วุ่นวาย แก้ปํญหาเยอะด้วย ปํญหาก็ซ้ำไปซ้ำมา อย่าเอาเป็นเยี่ยงอย่าง
เพราะทำแบบนี้เวลาทำเปเปอร์ปวดหัว เอาพอดีๆ 11. สิ่งที่แนะนำ
อันนี้ความคิดเห็นส่วนตัวนะ ในช่วง Hamberger Crisis แบบนี้
อย่าเน้นแนวทางแก้ปัญหาที่ต้องใช้เงินลงทุนสูงเมื่อเทียบกับผลประกอบการของบริษัท
ให้เน้นไปในแนวทางการ แก้ปัญหาภายใน ซึ่งใช้เงินลงทุนน้อยกว่า
เช่นเรื่องของการลดต้นทุนภายในย่อมใช้เงินลงทุนต่ำกว่าการเปิดสาขาใหม่
แต่ผลคือกำไรเพิ่มขึ้นเหมือนกันแต่อาจเพิ่มน้อยกว่า
ในส่วนของการทำในช่วงนี้ให้คิดแบบกรณี Worst Case ที่สุดเพราะเศรษฐกิจมันแย่
อาจจัดทำแผนรองรับถ้ามีกรณีแย่กว่านี้ในปีหน้าเพราะเค้าบอกปีหน้าเผาจริง
ก็อาจจะบอกว่าถ้าเกิดแย่กว่านี้ จริงๆบริษัทก็มีแผนรองรับ คือ
เราจะไม่ปลดพนักงาน แต่จะลดโอที ลดวันทำงาน ลดค่านู่นค่านี่ที่ฟุ่มเฟือย เป็นต้น
นึกออกแค่เนี้ย สู้ๆล่ะ ไม่ยากหรอก ยากแค่ตอนเริ่มมันจะคิดไม่ค่อยออก
พอเริ่มแล้วเดี๋ยวปัญหาที่ list ไว้แต่ละด้านมันจะโยงกันเอง ... Good Luck
Add maps and directions to your party Show them the way!
_________________________________________________________________
Windows Live™: Keep your life in sync.
http://windowslive.com/explore?ocid=TXT_TAGLM_WL_t1_allup_explore_012009