From: Orama Hemsthapat [mailto:[email protected]] 
Sent: Monday, March 02, 2009 4:46 PM
To: Orama Hemsthapat
Subject: FW: ประสบการณ์ของผู้ใช้บริการผ่าน อินเตอร์เน็ต แบงค์กิ้ง อันตราย
มากๆ

 

เรียน  หัวหน้าฝ่ายข่าว ไทยทีวีสีช่อง 3 

เตือนภัยสำหรับผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง  จงระวังตัวไว้ ? 

 

ผมเป็นผู้หนึ่งที่ใช้บริการอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง   ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา ,
กสิกรไทย 

และธนาคารกรุงเทพ จึงอยากที่จะเตือนภัยเพื่อนๆ ผู้ใช้บริการดังกล่าวให้หมั่น
ตรวจสอบยอดเงินและเลขที่บัญชี    ที่เราบันทึกไว้ว่ายังเป็นเลขที่บัญชีที่เรา
ต้องการจะโอนเงินจริง ถูกต้อง ตรงตามความต้องการของเรา      มิฉะนั้นท่านอาจ
เป็นเพื่อนร่วมชะตากรรมเดียวกับผมก็เป็นได้   รายละเอียด มีอยู่ว่า....... 

  

เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน ที่ผ่านมานี้ เวลาประมาณ 9.20 น. ผมได้เปิดเครื่อง
คอมพิวเตอร์ของผมภายในออฟฟิศ     (ซึ่งเป็นห้องส่วนตัว ไม่มีใครเข้ามาได้)     
เพื่อที่จะทำรายการโอนเงินให้บุคคลอื่น   โดยเข้าไปทำรายการที่เว็บไซด์ของ
ธนาคารกรุงศรีอยุธยาตามปกติ (ยังมิได้สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงและพบพิรุธบน
จอ)    ผมทำรายการโอนเงินอยู่    2 ครั้ง    ซึ่งทั้ง 2 ครั้งเป็นการทำรายการ
ไม่สำเร็จ    ทำให้เกิดความสงสัยจึงได้ตรวจสอบยอดเงินดู ปรากฏว่ายอดเงินของผม
หายไป 150,035.-บาท (หนึ่งแสนห้าหมื่นสามสิบห้าบาทถ้วน)    จึงได้ตรวจสอบดู
รายการที่ผมสามารถเช็คเองได้  พบว่า...... 

  

1.   มีการทำรายการครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 24 พ.ย.51 เวลา 05.53 น. ซึ่งผม
เริ่มเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ เมื่อเวลาประมาณ 9.20 น.(โดยประมาณ) 

  

2.   หมายเลขบัญชีบุคคลที่สามที่ผมบันทึกไว้  ถูกเปลี่ยนแปลงโดยที่ผมไม่รู้ และ
ไม่ทราบว่าถูกเปลี่ยนแปลงไปตั้งแต่เมื่อไหร่  ทั้งๆ ที่ในการเปลี่ยนแปลงข้อมูล
แต่ละครั้งจะต้องแจ้งให้ธนาคารและเจ้าของบัญชีทราบก่อนทุกครั้ง 

  

3.   มีรายการโอนเงินไปยังบัญชีปลายทางธนาคารกรุงศรีอยุธยา หมายเลขบัญชี
262-1-29521-0 จำนวนเงิน 100,000.-บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน)และบัญชีปลายทางธนาคาร
ทหารไทยหมายเลขบัญชี   014-2-90068-7     จำนวนเงิน 50,035.-บาท (ห้าหมื่นสาม
สิบห้าบาทถ้วน)     ซึ่งรายการโอนเงินทั้ง 2 รายการนี้  ผมไม่ได้เป็นผู้ทำ
รายการเอง และทั้ง 2 บัญชีที่กล่าวมานั้น มีชื่อเจ้าของบัญชีเป็นบุคคลคนเดียว
กันคือ นายภาณุภาค เภตรารัตน์ ซึ่งผมไม่เคยรู้จักและคบค้าสมาคมด้วยเลย    จึงมี
คำถามว่าทั้ง 3 ข้อนี้  ใครเป็นคนทำรายการ......???????? 

  

หลังจากตรวจสอบแล้ว   ผมจึงได้รีบมาติดต่อที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยา  สาขาที่ผม
เปิดบัญชีอยู่ และเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้พนักงานธนาคารฟัง    ซึ่งพนักงานได้
ติดต่อไปยังสำนักงานใหญ่ให้   ใช้เวลาในการตรวจสอบอยู่ประมาณ 3 ชม. ซึ่งคาดว่า
ทางธนาคารคงจะพบข้อมูลอะไรบางอย่างจึงได้แนะนำให้ผมไปแจ้งความไว้เป็นหลัก
ฐาน         แต่......คุณคงไม่เชื่อครับว่าผมไปพบอะไรที่ สน.        ผมพบผู้
ร่วมชะตากรรมเดียวกับผมครับ เค้าเป็นลูกค้าของธนาคารกรุงศรีอยุธยา เหมือนกับ
ผม          โดนไอ้...........โอนเงินออกจากบัญชีไปที่บัญชีปลายทางคือ ธ.ทหาร
ไทยเหมือนกับผม   แต่ของพี่เค้าโดนยอดเงิน  50,035.- บาท (ห้าหมื่นสามสิบห้า
บาท)      เฮ้อ........ผมสบายใจขึ้นมานิดหน่อยครับ.... เนื่องจากจะทำให้ทาง
ธนาคารมองผมดีขึ้น       และไม่มองผมเป็นพวกมิจฉาชีพ   ที่คิดจะกุเรื่องขึ้นมา
เพื่อที่จะทวงเงินจากธนาคาร..........วันนั้นเราคุยกันอยู่นานครับ คิดและทบทวน
เหตุการณ์ที่คาดว่าน่าจะเป็นไปได้    แล้วเราก็สงสัยในหลายประเด็นครับ   เช่น
ระบบป้องกันของธนาคารกรุงศรีอยุธยา ดีจริงหรือเปล่า?...........หรือจะเป็นที่
พนักงานของธนาคารเองที่คิดไม่ซื่อ     เพราะพนักงานที่ดูแลระบบนี้   สามารถที่
จะทราบข้อมูล     รวมทั้ง    USER   และ     PASSWORD     ของลูกค้าทุกรายที่
ใช้บริการอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง...............วันนั้นเราใช้เวลาอยู่ที่ สน.  
จนเกือบ 18.00 น.     สรุปผมเสียเวลาไป 1 วัน โดยที่ได้ความรู้สึกที่ไม่ดีต่อ
ธนาคารเป็นของแถม      และสูญเงินไปอีก แสนกว่าบาทครับ.....      ซึ่งหลังจาก
วันที่ผมแจ้งความไว้ที่ สน.ทุ่งมหาเมฆแล้ว    ผมได้ทำจดหมายขึ้นมา 1 ฉบับ 
เพื่อแจ้งให้ทางธนาคารรับทราบข้อมูลต่าง ๆ และขอให้ทำการตรวจสอบบัญชีของผม และ
บัญชีของนายภาณุภาค   อีกทั้งยังได้แนบสำเนาใบแจ้งความไปให้ด้วย    และยังคงรอ
คำตอบจากทางธนาคารอยู่ว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไร    ซึ่งระหว่างที่รอคำตอบอยู่
นั้นผมก็ได้เช็คข้อมูลกับเพื่อนๆ   ที่ทำงานทางด้านการเงิน   การธนาคาร  ปรากฏ
ว่าไม่ใช่ผมคนเดียวที่โดน   แต่ยังมีลูกค้าของธนาคารอีกหลายคนที่โดนแบบเดียวกับ
ผม        แต่ทางธนาคารคงจะปิดข่าวไว้            ส่วนเงินของผมที่โอนไปยัง
บัญชีปลายทางไม่ว่าจะเป็นบัญชีธนาคารกรุงศรีอยุธยา    หรือบัญชีธนาคารทหารไทย
ได้ถูกถอนโดยการกดเงินจากตู้   ATM   ครับ.......แต่ไม่เพียงเท่านั้น
ครับ.......การกดเงินที่พูดถึงนี้เป็นการกดเงินที่ต่างประเทศ
ครับ....................โดยตรวจสอบแน่ชัดแล้วครับ  บัญชีปลายทางอยู่ที่เมือง
ไทย       แต่ไปกดไกลถึงประเทศรัสเซียคร๊าบบบบบบ................ 

ซึ่งทางธนาคารกรุงศรีอยุธยาเอง      หลังจากตรวจสอบบัญชีของผม และบัญชีของนาย
ภาณุภาคแล้ว   ก็ทราบเรื่องทุกอย่าง       อีกทั้งนายภาณุภาคเจ้าของบัญชีปลาย
ทางที่ถูกธนาคารล็อคบัญชีไว้ก็ไม่กล้ามาติดต่อหรือท้วงติงอะไรกับธนาคาร   จึง
น่าที่จะเชื่อได้ว่าเป็นพวกมิจฉาชีพลักลอบเข้ามาล้วงระบบของธนาคารและเข้ามาทำ
รายการได้   หรืออาจจะรู้เห็นกับพนักงานของธนาคารเองก็ได้   ผมพยายามทวงถามมา
ยังธนาคารแต่ก็ยังไม่ได้รับคำตอบ  ได้แต่บอกว่ากำลังตรวจสอบอยู่  รอผลจาก
ผู้ใหญ่  ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่แก่ใจแล้ว   แต่ทำไมธนาคารถึงยังไม่ยอมคืนเงินให้
ผม   .............หรือว่ามันเป็นเพียงเศษเงินสำหรับธนาคาร ........สำหรับผม
ครับ  มันเป็นก้อนใหญ่ที่จะต้องใช้หมุนเวียนในธุรกิจของผม  ทุกวันนี้ผมเดือด
ร้อนมากครับ       ฉะนั้นขอให้ช่วยผมด้วยครับ   ช่วยผม
ด้วย............           

 

จาก.......ลูกค้าของธนาคารกรุงศรีอยุธยา

Reply via email to