เกร็ดการวิจัยตอนที่ 24: การเขียนบทคัดย่อ Written by คมสัน สุริยะ Thursday, 16 April 2009 04:18 ผมเขียนบทคัดย่อไม่ค่อยเก่งเท่าไร จึงขอยกเอาคำแนะนำของ American Psychological Association (2003) ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับสากลมานำเสนอต่อทุกท่านโดยการแปลและเรียบเรียงไว้ดังนี้ บทคัดย่อคือบทสรุปของงานวิจัยที่มีความสั้นกระชับและมีเนื้อหาเข้มข้น ซึ่งช่วยให้ผู้อ่านสำรวจเนื้อหาของงานวิจัยได้อย่างรวดเร็ว และยังช่วยให้ง่ายต่อการค้นหาด้วยคำสำคัญที่ปรากฏอยู่ในนั้น บทคัดย่อเป็นตัวแทนของงานวิจัยเพราะมักจะถูกรวบรวมไว้ในแหล่งค้นคว้าต่าง ๆ ผู้อ่านมักจะตัดสินจากบทคัดย่อว่าควรจะอ่านงานวิจัยทั้งหมดต่อไปหรือไม่ การเขียนบทคัดย่อต้องแน่น อ่านง่าย เรียบเรียงดี สั้นกระชับ และอ่านได้เข้าใจโดยไม่ต้องไปอ่านจากที่อื่นอีก บทคัดย่อที่ดีจะต้องมีคุณสมบัติ 5 ข้อ ดังนี้ 1. ตรงตามเรื่องที่ทำ บทคัดย่อต้องนำเสนอตรงตามจุดประสงค์และเนื้อหาของงานวิจัยโดยไม่นอกเรื่อง ไม่นำเสนอข้อมูลที่ไม่เคยปรากฏในงานวิจัย ถ้าเป็นการวิจัยที่ขยายการศึกษาหรือทำซ้ำการศึกษาของผู้ใด ให้ระบุชื่อของนักวิจัยผู้นั้นและปีที่ทำการวิจัยในบทคัดย่อไว้ด้วย การเขียนบทคัดย่อให้ดีมีเกร็ดว่าให้ลองเปรียบเทียบเนื้อหาในบทคัดย่อว่าตรงกับหัวข้อย่อยในเล่มอย่างครบถ้วนและเรียงตามลำดับหรือไม่ 2. อ่านได้เข้าใจโดยไม่ต้องไปอ่านจากที่อื่นอีก ต้องไม่ใช้คำย่อ หากใช้ศัพท์เทคนิคที่เข้าใจยากควรต้องอธิบายไว้ด้วย เพื่อไม่ให้ผู้อ่านต้องพลิกไปอ่านในเล่มไป ๆ มา ๆ 3. ตรงประเด็น และเจาะจงลงไป เริ่มต้นบทคัดย่อด้วยเรื่องที่สำคัญที่สุด โดยไม่ต้องเสียเวลาเขียนชื่อเรื่องซ้ำ เรื่องที่ใช้เริ่มต้นนี้อาจจะเป็นจุดประสงค์ของการวิจัยหรือบางทีอาจจะเป็นผลการวิจัยหรือข้อสรุปสำคัญก็ได้แต่ต้องให้มีข้อมูลแน่นที่สุด ในตัวบทคัดย่อให้มีใจความสำคัญเพียงสี่หรือห้าเรื่องที่สำคัญที่สุดก็เพียงพอแล้ว แต่ละประโยคควรให้สั้นกระชับที่สุดเท่าที่จะทำได้ หลีกเลี่ยงการใช้คำฟุ่มเฟือย บทคัดย่อไม่ควรยาวเกิน 120 คำ 4. ไม่ประเมินคุณค่าของอะไร ให้รายงานไปก็พอไม่ต้องประเมินคุณค่าของอะไร ไม่ต้องเพิ่มเติมหรือแสดงความคิดเห็นต่อสิ่งใดที่ปรากฏในงานวิจัย 5. อ่านง่ายและใช้ภาษาให้ถูกต้อง ภาษาอังกฤษสำหรับการเขียนบทคัดย่อมีคำแนะนำ เช่น • อย่าใช้ passive voice • ไม่ใช้คำว่า I หรือ we • ใช้ verb แทน noun equivalent • ใช้ present tense สำหรับผลการวิจัยที่ยังใช้ได้หรือเป็นจริงมาจนถึงปัจจุบัน และสำหรับข้อสรุป • ใช้ past tense สำหรับอธิบายการจัดการตัวแปรและการทดสอบทางสถิติที่ทำลงไปแล้ว • ไม่ควรมีประโยคที่ไม่ให้ข้อมูลอะไรแก่ผู้อ่าน เช่น It is concluded that.... หรือ Policy implications are discussed. • ไม่อ้างอิงประโยคจากงานของผู้อื่นตรง ๆ แต่ให้เขียนขึ้นใหม่ด้วยสำนวนภาษาของตัวเอง บทคัดย่อของงานวิจัยที่เป็นการศึกษาเชิงประจักษ์ ควรประกอบด้วย 5 ส่วนดังนี้ • ปัญหาที่ทำพยายามหาคำตอบ ทางที่ดีควรเขียนให้อยู่ในประโยคเดียว • ผู้คน ครัวเรือน สิ่งที่ศึกษา หรือข้อมูลที่เก็บมาได้ ให้ระบุคุณลักษณะที่เด่นชัด เช่น จำนวน อายุ เพศ หรือประเภท • วิธีการศึกษา อันประกอบด้วยชื่อเต็มของวิธีการวิเคราะห์ และอธิบายวิธีการเก็บข้อมูลโดยสังเขป • ผลการศึกษา รวมไปถึงนัยสำคัญทางสถิติ • ข้อสรุป และการนำผลการวิจัยไปใช้ บทคัดย่อของงานวิจัยเชิงทฤษฎี หรืองานวิจัยประเภทค้นคว้าจากเอกสาร ควรประกอบด้วย 4 ส่วนดังนี้ • ประเด็นการศึกษา ซึ่งควรจัดให้อยู่ในประโยคเดียว • จุดประสงค์การศึกษา ข้อเสนอเชิงทฤษฎีที่ต้องการนำเสนอหรือพิสูจน์ ลำดับเนื้อหาที่นำเสนอในงานวิจัย และขอบเขตของการศึกษา • แหล่งข้อมูล เช่น การสังเกตด้วยตนเอง หรือ การอ่านจากเอกสารอื่น • ข้อสรุป บทคัดย่อสำหรับงานวิจัยด้านการพัฒนาเครื่องมือวิจัย ควรประกอบด้วย 4 ส่วนดังนี้ • เครื่องมือที่นำเสนอจัดอยู่ในจำพวกใด • ลักษณะพิเศษของเครื่องมือที่นำเสนอ • ขอบเขตการใช้งานของเครื่องมือที่นำเสนอ • พฤติกรรมของเครื่องมือ รวมทั้งความน่าเชื่อถือ และความทนทานต่อการถูกละเมิดเงื่อนไขของการใช้งาน บทคัดย่อของงานวิจัยที่เป็นกรณีศึกษา ควรประกอบด้วย 4 ส่วนดังนี้ • คุณลักษณะของบุคคล กลุ่มคน ครัวเรือน หน่วยงาน บริษัท หรือองค์กรที่เป็นกรณีศึกษา • ปัญหาที่เกิดขึ้นกับกรณีศึกษา • วิธีการแก้ปัญหาของกรณีศึกษา • ประเด็นสำหรับการศึกษาเชิงทฤษฎีต่อไปในอนาคต _________________________________________________________________ Windows Live™: Keep your life in sync. http://windowslive.com/explore?ocid=TXT_TAGLM_BR_life_in_synch_052009
