บทความจาก web ของ วินทร์ เลียววาริณน่ะค่ะ อ่านแล้วชอบ เลยส่งมาแชร์

 

แว่นตาดำ

 

เพลงฮิตหนึ่งที่ผมฟังสมัยยังเป็นเด็กคือเพลงชุด ผู้ใหญ่ลี ที่โด่งดังมากคือ :

 

"สายัณห์ตะวันร้อนฉี่ ผู้ใหญ่ลีขี่ม้าบักจ้อน แดดฮ้อนๆ ใส่แว่นตาดำ 
ผู้ใหญ่ลีกลัวฝนจะตกฮำ ผู้ใหญ่ลีกลัวฝนจะตกฮำ ถอดแว่นตาดำ ฟ้าแจ้งจางปาง..."

 

เพลงนี้อาจฟังดูเชยมากในมุมมองของคนสมัยนี้ 
แต่ในสมัยที่เมืองไทยเริ่มรู้จักเพลงชุดผู้ใหญ่ลีนั้น แว่นตาดำยังเป็นของใหม่ 

จึงไม่แปลกที่เพลงบอกเล่าคนที่สวมแว่นตาดำแล้วเข้าใจว่าฝนจะตก

เมื่อสวมแว่นตาดำ มองไปทางไหนก็เห็นทุกอย่างมืดกว่าที่เป็นจริง

 

แต่มนุษย์จำนวนมากก็นิยมสวม 'แว่นตาดำ' มิใช่หรือ?

 

ก่อนเข้าห้องสอบก็มองว่ามีคนจำนวนมากสอบตกวิชานั้นมาแล้ว จะไหวหรือ? 

ปวดหัวก็คิดว่าตนเป็นเนื้องอกในหัว ปวดท้องก็คิดว่าตัวเองน่าจะเป็นมะเร็ง

เครื่องบินเกิดอุบัติเหตุ ก็ถามว่า "ตายกี่คน?" แทนที่จะถามว่า "รอดกี่คน?"

ได้ยินข่าวเพื่อนสาวแต่งงาน ก็ตั้งข้อสงสัยว่าเพื่อนคนนั้นตั้งท้อง

 

แว่นตาดำมีกรอบหลายแบบ แบบที่นิยมก็คือ การตีตนก่อนไข้ การเห็นมดเป็นช้าง 
และการมองโลกในแง่ร้าย

การสวม 'แว่นตาดำ' นานๆ ครั้งไม่ใช่เรื่องเลวร้าย อาจช่วยทำให้ระวังตนในระดับหนึ่ง 
แต่สวมบ่อยๆ อาจทำให้ตาไม่เคยชินกับความสว่าง 

อยู่ในช่วงที่น่าจะมีความสุขก็ไม่เป็นสุข อยู่ในช่วงเวลาทุกข์ก็ทุกข์กว่าที่ควรเป็น

 

วิลเลียม เจมส์ นักปรัชญา-จิตวิทยาชาวอเมริกัน กล่าวว่า 

"โดยการเปลี่ยนแปลงทัศนคติด้านในของจิต 
มนุษย์สามารถเปลี่ยนแปลงด้านนอกของชีวิตของพวกเขา"

 

การมองเห็นโลกสว่างหรือมืดขึ้นอยู่กับคำคำเดียวคือ ทัศนคติ

 

มองว่าดีก็ดี มองว่าไม่ดีก็ไม่ดี ง่ายๆ เช่นนั้น!

 

การมีความสุขไม่ใช่เรื่องยากเกินเอื้อม เริ่มที่การถอด 'แว่นตาดำ' ออกก่อน 
มองโลกตามความเป็นจริง 

 

บางทีโลกอาจไม่มืดมนอย่างที่คิด และหากมันมืดจริง 
ก็รับรองว่าไม่มืดเท่าเมื่อสวมแว่นตาดำ 


วินทร์ เลียววาริณ 
30 พฤษภาคม 2552


_________________________________________________________________
More than messages–check out the rest of the Windows Live™.
http://www.microsoft.com/windows/windowslive/

Reply via email to