From: [email protected]
To: [email protected]; [email protected]; 
[email protected]; [email protected]; [email protected]; 
[email protected]; [email protected]; 
[email protected]; [email protected]; [email protected]; 
[email protected]; [email protected]; [email protected]; 
[email protected]; [email protected]; [email protected]; 
[email protected]; [email protected]; [email protected]; 
[email protected]; [email protected]; [email protected]; 
[email protected]; [email protected]; 
[email protected]; [email protected]; [email protected]; 
[email protected]; [email protected]; [email protected]; 
[email protected]; [email protected]; [email protected]; 
[email protected]; [email protected]; [email protected]; 
[email protected]; [email protected]; [email protected]; 
[email protected]; [email protected]; 
[email protected]; [email protected]; [email protected]; 
[email protected]; [email protected]
Subject: FW: เ ตื อ น ภั ย : เหตุเกิดที่ central ลาดพร้าว
Date: Thu, 2 Jul 2009 18:43:41 +0000




 












Subject: FW: เ ตื อ น ภั ย : เหตุเกิดที่ central ลาดพร้าว
 












ผมมีตัวตนแต่ไม่ต้องการเปิดเผยชื่อ 
เรื่องต่อไปนี้จะเป็นตัวบอกว่าทำไมผมจึงบอกไม่ได้ 

ประมาณสองสัปดาห์หลังปีใหม่ ภรรยาผมลางานเพื่อไปติดต่องานราชการ 
เสร็จแล้วแวะ Central ลาดพร้าว เพื่อหาซื้อหนังสือแนวที่เธอชอบอ่านที่ B2S 

ระหว่างที่กำลังเลือกหาซื้อหนังสืออยู่นั้น 
ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งอายุประมาณ 
สามสิบเข้ามาทักทาย 
บอกว่าชอบหนังสือแนวสืบสวนสอบสวนเช่นกันและ 
มีหนังสือที่น่าสนใจหลายเล่มที่น่าอ่านมาก การสนทนาก็เป็นไปอย่างมี 
มิตรไมตรีต่อกัน เพราะจากลักษณะท่าทางและการแต่งตัวดูเหมือนเป็น 
คนทำงานทั่วไป แล้วผู้หญิงคนนั้นก็ให้นามบัตรภรรยาผมมา ส่วนภรรยาผม 
ก็ให้เบอร์มือถือเธอไปเพราะเห็นว่าเป็นผู้หญิงด้วยกัน การติดต่อพูดคุยก็ 

มีขึ้นเป็นระยะๆ 
และมีนัดเจอกันเพื่อให้หนังสือภรรยาผมมาอ่านแล้วก็บอกว่า 
จะรีบไปทำงาน 
แต่หนังสือที่ให้มาเป็นหนังสือแนวสืบสวนธรรมดาที่ภรรยาผม 
เคยอ่านมาแล้ว 
จึงอยากจะคืนกลับไป 

การนัดเจอกันก็เกิดขึ้นอีกครั้ง 
แต่คราวนี้ผู้หญิงคนนั้นชวนทานข้าวเพราะเป็น 
ช่วงเกือบเที่ยงวันแล้ว 
และได้แนะนำให้รู้จักผู้ชายคนหนึ่งที่นั่งรออยู่ที่ Food Center 
เธอบอกว่าเป็นเพื่อนที่ทำงานชอบอ่านหนังสือแนวนี้เช่นกัน ผู้ชายคนนั้น 
ถามภรรยาผมและผู้หญิงคนนั้นว่า จะทานอะไรจะไปซื้อมาให้ ด้วยความเกรงใจ 
จึงทานเหมือนกันเป็นก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นหมู แต่ภรรยาผมก็พยายามจะขอตัวไปซื้อ 

น้ำมาให้แต่ทางผู้หญิงคนนั้น ชิงเดินไปซื้อมาให้ก่อน 
พอนั่งทานไปได้ประมาณ 
ครึ่งชามและดื่มน้ำไปหน่อย 
ภรรยาผมก็เกิดอาการมึนๆ และเริ่มง่วงนอน เพียงอีก 
ไม่กี่นาทีต่อมา 
เริ่มควบคุมตัวเองไม่ได้ ผู้หญิงคนนั้นก็เข้ามาประคองตัว๓รรยาผม 
แล้วพูดบอกผู้ชายว่า คงเป็นลมช่วยพาออกไปสูดอากาศข้างนอกหน่อย ตอนนั้น 
ภรรยาผมบอกว่าไม่สามารถพูดอะไรได้ ร่างกายยืนแทบไม่ไหว ระหว่างเดินผ่าน 
ตัวห้างมาลานจอดรถเห็นผู้ชายโทรศัพท์เพียงไม่ถึงหนึ่งนาที 
รถตู้สีขาวก็มาจอด 
แล้วทั้งคู่ก็พาภรรยาผมขึ้นรถ 
วินาทีนั้นภรรยาผมบอกว่าเธอพยายามขัดขืนแต่ 
ทั้งคู่ก็ใช้กำลังพาเธอขึ้นรถแล้วปิดประตูรถ 

บนรถมีผู้ชายสองคนนั่งมาในรถด้วย เมื่อรถวิ่งออกจากห้างภรรยาผมพยายาม 
ร้องขอความช่วยเหลือแต่ก็ไม่มีเสียงและผู้ชายที่นั่งอยู่บนรถเอามือมาปิดปากเธอไว้ 

พอรถวิ่งออกมาระยะหนึ่งผู้ชายที่เจอกันที่ Food Center 
เริ่มปลดเสื้อผ้าภรรยาผม 
เธอพยายามร้องขอความช่วยเหลือและต่อสู้แต่ก็ไม่มีเรี่ยวแรง 
ผู้ชายอีกสองคนที่นั่ง 
รออยู่บนรถก็ช่วยกันถอด 
สิ่งที่เกิดขึ้นต่อไปคงไม่ต้องบรรยายกันอีก 
โดยมีผู้หญิงเป็น 
คนเก็บภาพเป็นระยะๆ เวลาผ่านไปนานแค่ไหนไม่ทราบ 
รู้สึกตัวอีกที่ภรรยาผมถูกนำ 
มาทิ้งที่ห้องน้ำหญิงของปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งแถวสุขาภิบาลสองย่านบางกะปิ 

ผมไปรับเธอแล้วถามว่าเกิดอะไรขึ้น 
เธอไม่พูดอะไรได้แต่ร้องไห้และไม่ไปทำงานอีกเลย 
นั่งซึมอยู่กับบ้าน 

สามวันต่อมาคุณแม่ของภรรยาโทรมาบอกว่ามีจดหมายลงทะเบียนส่งมาที่ 
บ้านให้ไปรับผมก็ไปรับ แล้วเปิดออกดู 
มีภาพถ่ายพร้อมขอเงินสดสี่แสนบาทเป็นค่าฟิล์มและ 
ภาพถ่ายทั้งหมด 
ผมพูดไม่ออก ทุกความรู้สึกวิ่งพุ่งเข้ามาในใจ สับสน เสียใจ 
แค้นใจ 
เจ็บใจ 
ผมปรึกษาเรื่องนี้กับคุณพ่อและเพื่อนท่านที่เป็นนายตำรวจ 
มีความเห็นเหมือนกันว่าต้องแจ้ง 
ความกับตำรวจ 
เพราะเงินสี่แสนครอบครัวเราคงหามาให้ได้ยาก 
ผมกับภรรยาเป็นเพียงลูกจ้าง 

กินเงินเดือนเท่านั้น 
ในวันส่งเงินตามนัดหมายตำรวจกองปราบวางแผนอย่างดีและสามารถจับ 
พวกเดนสังคมได้สองคนได้ฟิล์มและภาพจำนวนหนึ่ง 
และตำรวจกำลังตามจับพวกที่เหลืออีก 
สามคน 
แต่ก็ไม่แน่ใจว่าภาพถ่ายยังคงมีเหลืออยู่อีกหรือเปล่า 
ซึ่งหลังจากพวกมันถูกจับผมก็ 
ได้รับโทรศัพท์ขู่ว่าจะภาพลง internet 
สองครั้ง 

ทุกวันนี้ภรรยาผมไม่ได้ทำงานอีกแล้ว 
อยู่บ้านด้วยอาการซึมเศร้าและไม่ต้องการ 
พบปะกับใครเลย 
ส่วนผมก็ไม่กล้าออกไปไหนเช่นกันทำงานเสร็จก็กลับบ้าน 
ชีวิตความเป็นอยู่ 

มีแต่ความกลัว ระแวง คิดมาก เหมือนเป็นโรคประสาท 
ผมจึงอยากฝากบอกเรื่องราวของ 
ผมให้เป็นข้อมูลกับทุกคน 
ทุกวันนี้การหากินบนความทุกข์ร้อนของคนอื่นเป็นเรื่องธรรมดา 
ไปแล้วครับ ขอบุญกุศลในการให้ข้อมูลนี้ ทำให้ชีวิตครอบครัวผมดีขึ้นด้วยเถอะ
กรุณาส่งต่อไปด้วยครับ 




 
















 









Lauren found her dream laptop. Find the PC that’s right for you.


แบ่งปันรูปถ่ายกันอย่างง่ายดายด้วย Windows Live™ Photos ลากแล้วปล่อย


Windows Live™: Keep your life in sync. Check it out.
_________________________________________________________________
Bing™ brings you maps, menus, and reviews organized in one place. Try it now.
http://www.bing.com/search?q=restaurants&form=MLOGEN&publ=WLHMTAG&crea=TXT_MLOGEN_Local_Local_Restaurants_1x1

Reply via email to